Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 

วิธีการบริหารกระบวนการเชิงปฏิบัติการธุรกิจ (How to Manage Process in Business Practice)

 

                                                       รูปภาพ10


“Innovation is the most important business process that companies are not managing.”

ปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับ การวางแผนบริหารทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning- ERP) เป็นสำคัญ ขณะเดียวกันก้อใช้กลยุทธ์การบริหารการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ในการดำเนินงานแผนปฏิบัติการ (Customer Relationship Management Strategy) ในการบรรลุเป้าหมายทางการตลาดและการขาย แต่สิงหนึ่งที่องค์กรส่วนใหญ่มักจะไม่ได้นำมาใช้อย่างต่อเนื่องคือการเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าแต่เพียงอย่างเดียวซึ่งไม่ได้ผิดหลักกการในการดำเนินการทั้งสิ้น แต่ความสามารถในการแข่งขันที่ใช้กระบวนการบริหารจัดการนวัตกรรม (Innovation Business Process) ช่วยให้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันที่ได้เปรียบให้สูงขึ้น  ความแตกต่างในคุณภาพ การกำหนดเงื่อนไขในการแข่งขัน การพยากรณ์การขายที่แม่นยำ (Accurate Forecasting) ความหลักแหลมในการทำตลาด เป็นตัวกำหนดความเข้มแข็งให้กับโมเดลธุรกิจ (Strengthen in Business Model) สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วกับ องค์กรใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ เช่น Apple, Google, Facebook เป็นต้น  ซึ่งได้ใช้ประโยชน์ของแนววิธีการปฏิบัติในการสร้าง โมเดลของการบริหารจัดการนวัตกรรมกับกระบวนการธุรกิจ (Innovation Model as Business Process) ที่ทำเพื่อสร้างแนวคิดใหม่ ไอเดียใหม่ (Idea Generation) และระดมสมองความคิดและความร่วมมือ (Brainstorming and Collaboration)

 

การสร้างโมเดลนวัตกรรมในเชิงกระบวนการ (Managing Innovation Model as a Business Process

ดังนั้นการบริหารจัดการนวัตกรรมด้วยการสร้าง โมเดลนวัตกรรมในเชิงกระบวนการ (Managing Innovation Model as a Business Process) เพื่อ บริหารแนวคิดที่หลากหลายให้เป็นไอเดียที่เป็นรูปธรรมอันเนื่องมาจากความร่วมมือของพนักงานในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสู่ระดับล่าง  (Top Down Approach)  หรือ ระดับล่างสูระดับบน (Bottom up Approach) ด้วยวิธีปฏิบัติ (Practice) ในการสร้างไอเดียและความร่วมมือ (Idea Generation and Collaboration) หลังจากนั้นนำมาบริหารจัดการผ่านกระบวนการกลั่นกรองสร้างสรรค์ รวบร่วมผ่านความคิดเห็นและข้อมูลที่อ้างอิง จึงนำเสนอเป็น ข้อเสนอ (Proposal) หรือ ทางเลิอก (Alternatives Scenario) เพื่อเป็นข้อสรุปในการดำเนินการกำหนดเป็นกลยุทธ์หลักในการผ่านกระบวนการระดับการตัดสินใจในองค์กร (Level of Decision Making Process) ก่อนที่จะนำไปบริหารจัดการโครงการที่ตั้งขึ้น (Project Management) และดำเนินการให้เกิดผลตามแผนงาน (Action Implementation) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในเชิงธุรกิจ (Real Business Result)

 

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และกระบวนการพัฒนา (Product Innovation & Development process)
Stage-Gate Process & Evaluation


                                                        รูปภาพ1
                                                        ที่มา: แนวคิดจาก โรเบิร์ต เอส. แคปแลน และ เดวิด พี. นอร์ตัน

 

แบบจำลองสเตจเกจ (Stage-Gate Model) คิดขึ้นโดย โรเบิร์ต เอส. แคปแลน และเดวิด พี นอร์ตัน ช่วยในการจัดสรรทรัพยากรในกระบวนการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการบูรณาการวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีกับความต้องการของลูกค้า กับคู่แข่ง และกฎระเบียบต่าง ๆ
ในแต่ละประตูแสดงถึงกระบวนการบริหารจัดการ ตั้งแต่กรอบแนวคิดเริ่มต้น ทำให้เกิดการปรับปรุง ไปสู่ความเป็นรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ที่มีความเกี่ยวโยงกับนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และการออกแบบก่อนที่จะมีการพัฒนาตัวต้นแบบขึ้น (Prototype) เพื่อทำการทดสอบ (Testing and Validation) จากนั้นจะมีการประเมินผลลัพธ์ โดยการประเมินครั้งสุดท้ายนำไปสู่การผลิตเพื่อการพาณิชย์ (Full Production and commercialize)
โดยแบบจำลองนี้ช่วยทำให้ขั้นตอนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อน อยู่ในรูปแบบคล้ายระบบท่อส่งน้ำแทน (Pipe Line) โดยแบ่งขั้นตอนตามกรอบเวลาเป็นช่วง ๆ มีทางเลือกที่จะพิจารณาหยุดโครงการหรือทำต่อไปได้ และทำให้การนำทรัพยากรมาใช้ในการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ นั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและสนองต่อโอกาสทางการตลาดเชิงพาณิชย์ได้ดีที่สุด ที่สำคัญคือ ช่วยให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจและเกิดผลอย่างชัดเจน

 

การบริหารจัดการของกระบวนการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Portfolio Management with the Product Innovation Process)

                                      

                                                       รูปภาพ8

 

การบริหารจัดการของกระบวนการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Portfolio Management with the Product Innovation Process) ผ่านขั้นตอนของรูปแบบกระบวนการพํฒนาผลิตภัณฑ์ประเมินผลและแบบจำลอง สเตจเกจ (State-Gate Model) ในแต่ละประตู โดยเฉพาะประตู 2 ระหว่างขั้นตอนที่ 1 และ ขั้นตอนที่ 2 การสร้างโมเดลธุรกิจ (Business Model) ที่มาจากการพัฒนาแนวคิดที่หลากหลาย กับการคิดค้น ไอเดียใหม่ๆ (Idea Generation ) จากการศึกษาค้นคว้าหลายกรณีกรณีศึกษา (Uses Case Studies) ซึ่งหลังจาก ประตูที่ 2 ไปจนถึงประตูที่ 5 คือการนำวิธีทางฝึกปฏิบัติ (Business Practice) มาใช้เพื่อให้เกิดผลสำเร็จทางพาณิชย์

 

การสร้างวงจรนวัตกรรม 5 ขั้นตอนประกอบด้วย ( Five Circles of Innovation)

 

                                                     รูปภาพ2
Phase 1 การก่อให้เกิดความคิด

    • ระบุจุดประสงค์ เกณฑ์ และบรรทัดฐาน ในการสร้างกรอบแนวคิดใหม่
    • วิธีการที่จะใช้กลั่นกรองความคิด

Phase 2 การประเมินและการวางแผน

    • ประเมิน วิเคราะห์และระบุปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อโครงการ
    • วางแผนเกี่ยวกับนวัตกรรม (ขั้นตอนการดำเนินการ การประเมินความเสี่ยง และการจัดสรรทรัพยากร)

Phase 3 การทดสอบและการสร้างต้นแบบ

    • ทดสอบด้วยการสร้างต้นแบบแล้วจำลองสถานการณ์เสมือนจริง (Scenario/Simulation)

Phase 4 การวางแผนทางธุรกิจ

    • เน้นการประยุกต์นวัตกรรมให้เข้ากับกลยุทธ์ขององค์กร

Phase 5 การดำเนินการให้เกิดผล

    • ปรับเปลี่ยนนวัตกรรม เป็นขั้นตอนการดำเนินงาน ให้เข้าสู่การปฏิบัติจริง

 

กลยุทธ์นวัตกรรมทางธุรกิจและผลกระทบต่อตัวชี้วัด (Strategic Business Innovation Management and KPI)

                  

                                                               รูปภาพ3

 

ดังนั้นการสร้างรูปแบบธุรกิจ (Business Model) การวางแผนธุรกิจ (Business Plan) และ การนำมาฝึกปฏิบัติทางธุรกิจ (Business Practice) เมื่อมีการนำมาบูรณการทางนวัตกรรม (Innovation Integration) จะส่งผลกระทบตัวชี้วัดทางธุรกิจ (Balance Score Card) ทั้งในด้านการเงิน (Financial) ยอดขาย (Sales) การปรับปรุงกระบวนการ(Improvement process) ประสิทธิผล (Productivity) และ การรับประกันคุณภาพ (Quality Assurance)  การสร้างแนวคิดให้ออกมาเป็น ไอเดียที่เกิดจากการระดมสมอง(Brainstorming) พัฒนาจากไอเดียที่หลากหลายให้กลายไอเดียหลักและ บริหารจัดการจัดการเป็นกลุ่ม(Cluster Ideas) เป็นกลุ่ม(Cluster Ideas)

 

WebStrom  (Ideas Generation and Brainstorming Collaboration)

        

                                                                 รูปภาพ4


WebStrom เป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ออนไลน์ที่ใช้ในการบริหารจัดการนวัตกรรมขององค์กร มีระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการระดมความคิดสร้างสรรค์ โดยเครือข่ายนี้สามารถเติบโตได้อย่างไม่จำกัด ถือเป็นเครื่องมือทรงพลังอันหนึ่ง ที่จะช่วยในการระดมไอเดียที่หลากหลายของลูกค้า พนักงาน และบุคคลอื่น ๆ มาเป็นข้อเสนอแนะ ที่มีประสิทธิภาพให้กับองค์กรได้
ขั้นตอนที่สำคัญในการใช้งานได้แก่

  • การสร้างชุมชนแห่งความคิด (Create Idea Communities) ด้วยโปรแกรมที่มีระบบตัวช่วยในการสร้างเว็บไซต์ ที่ใช้งานง่าย มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย
  • การรวบรวมและระดมความคิด (Collect and Crowd Source Idea) ด้วยฟังก์ชั่นแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เช่น การโหวต(Vote) การติชม (Comment) หรือ ออกความเห็น (Share Idea) เป็นต้น
  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Collaborate Network) ผู้ใช้สามารถเชิญบุคคลที่ต้องการมาเข้าร่วมเป็นเครือข่ายได้ มีฟังค์ชั่นในการให้รางวัล ระบบให้แต้ม และจัดอันดับผู้ให้การสนับสนุนมากที่สุด

สิ่งข้อมูลที่ได้จาก WebStrom นี้จะสามารถนำไปดำเนินการต่อด้วย โปรแกรม Switchboard ซึ่งเป็นโปรแกรมบริหารจัดการข้อเสนอการระดมความคิดของโปรแกรม Webstorm

 

SwitchBoard (Transform Ideas into Solid Business Proposals)
               

                                                                  รูปภาพ5


SwitchBoard เป็นโปรแกรมสังคมเครือข่ายอัจฉริยะที่ทำหน้าที่รวบรวม จัดกลุ่ม แบ่งประเภทโครงการต่าง ๆ และ นำเอาข้อมูลความคิดที่ได้จาก WebStromไปประมวลผล จากไอเดียเป็น ข้อเสนอ (Proposal) โครงการจำลอง (Scenario) ทางเลือก (Alternatives) แผนงาน (Plan) หรือ งบประมาณ (Budget) ทำให้เข้าถึงระบบตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและประมวลผลเป็นรูปธรรม เป็นขั้นเป็นตอนและมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนการทำงาน

  1. จัดการข้อมูลจาก WebStrom ด้วยการจัดกลุ่มข้อเสนอต่างๆ เข้าสู่กรอบข้อเสนอธุรกิจที่ชัดเจน มีฟังก์ชั่นในการสร้างชื่อกลุ่ม เพื่อจัดให้เป็นหมวดหมู่ และฟังก์ชั่นติดตามหัวข้อปฏิบัติการ (Action items) และ การดำเนินงาน (Work flow) และฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการกับข้อมูลที่ได้มาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  2. พัฒนาแนวความคิดที่หลากหลายสู่ข้อเสนอทางธุรกิจ (Develop Ideas into Proposals)ขั้นตอนนี้เป็นการสร้างข้อเสนอ (Proposal) เจ้าของข้อเสนอ (Proposal Owner) และระบุทีมงาน (Team Members) มีฟังก์ชั่น Team collaboration เพื่อทีมงานสามารถร่วมกันพัฒนาข้อเสนอให้เฉพาะเจาะจง ตรงกับเป้าหมายของธุรกิจ และยังสามารถติดตามพัฒนาการและความคืบหน้าของแต่ละข้อเสนอ พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอนั้น ๆ ที่ถูกบันทึกไว้ในระบบ   นอกจากนั้น ฟังก์ชั่น Activity Thread จะช่วยการปรับปรุงกิกกรรมล่าสุดแบบทันที หรือ real time ด้วยระบบ RSS feeds
  1. ขั้นการตัดสินใจจากการประเมินผลลัพธ์ด้วยตัวชี้วัดที่สำคัญ (Decide base on Streamlined Evaluation and Key Metrics)

ระบบจะประเมินความเป็นไปได้ของข้อเสนอจากข้อมูลส่วนกลาง

สิ่งข้อมูลที่ได้จาก Switchboard นี้จะสามารถนำไปดำเนินการต่อด้วย โปรแกรม Pipeline ซึ่งเป็นโปรแกรมบริหาร ติดตาม และประเมินโครงการ หรือที่เรียกว่า Project Management

 

Pipeline Social Project  “Right Weight” Management (Turn Ideas into Business Result)


                                                        รูปภาพ6


Pipeline เป็นโปรแกรมสังคมเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ใช้ในการบริหารจัดการโครงการ(Project Management) ที่ช่วยในการบริหารโครงการติดตามประเมิณผลเป็นเสมือนเคริองมือที่ใช้ตรวดชี้วัดตั้งแต่กรอบความคิดไอเดียจนถึงผลลัพธ์ โปรแกรมจะช่วยในการเกิดความคล่องตัวในการใช้ระบบงาน Workflow เป็นกระบวนการในการติดตามผลความก้วหน้าของงานผ่านความร่วมมือของกลุ่มนในเครือข่ายเพื่อนำผลที่ได้มาประกอบการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนที่ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนการทำงาน

  • การบริหารจัดการนวัตกรรมผ่านสังคมเครือข่ายผ่านการรวบรวมกิจกรรมโครงการทั้งภายในและภายนอกให้เห็นการจัดการเชิงลึกที่รวดเร็วโดยใช้รูปแบบ Facebook-Stylemujที่ช่วยในการติดตามความเคลื่อนไหว และการขับเคลื่อนของความร่วมมือ (Collaboration) โดยมีฟังก์ชั่นการสร้างความร่วมมือระหว่างทีม (Team Collaboration) เพื่อพัฒนาความในทีมและระหว่างทีมนำสู่ข้อเสนอธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงต่อเป้าหมายธุรกิจ
  • การบริหารนวัตกรรมเชิงการเงิน ที่ช่วยบริหารข้อมูลทางการเงินและพยากรณ์ของโครงการทั้งเดียวและแต่ละกลุ่มซึ่งจะถูกเก็บรวบรวมเป็นแฟ้มหลักสำหรับรายงานทั้งหมดเพื่อติดตามและประมวลผลต่อไป

 

การสร้างนวัตกรรมโมเดลธุรกิจกับวิธีปฏิบัติทางธุรกิจ (From Business Model Innovation to Business Practice)

 

                                                        รูปภาพ7

เป็นที่ชัดเจนของการสร้างโมเดลธุรกิจ (Business Model) ที่เกิดจากการนำเป้าหมายมากำหนดโครงการเพื่อสร้างโมเดลทางธุรกิจ (Business Model) โดยการร่วมมือระดมความคิดสร้างไอเดียใหม่ (Idea Generation, Brainstorming and Collaboration) ในเชิงปฏิบัติ (Practice) เมื่อมีการนำมาจัดกลุ่มไอเดียหลัก (Cluster Ideas) เพื่อกำหนดเป็นข้อเสนอ (Proposal) หรือ แผนงาน (Plan) หรือ รูปแบบทางเลือก (Alternative Model) และนำไปปฏิบัติใช้ในโครงการที่ดำเนินการให้เกิดผล (Project Management) เพื่อบรรลุผลลัพธ์ในเป้าหมายที่ตั้งไว้ตามตัวชี้วัด (Balance Score Card)  ดังนั้น ดังรูป การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Business Plan) เป็นส่วนหนึ่งของการนำเอารูปแบบธุรกิจ (Business Model) มาใช้กับการฝึกปฏิบัติกับกระบวนการทางธุรกิจ (Business Process) หรืออีกนัยหนึ่ง การนำมาฝึกปฏิบัติทางธุรกิจ (Business Practice) ก่อให้เกิดนวัตกรรมการจัดการสมัยใหม่ทั้งในเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และ การบริหารจัดการเชิงปฏิบัติการ (Management Practice) เพื่อวิเคราะห์ดูผลลัพธ์ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าสำเร็จตามที่วางไว้หรือไหม

 

  กรณีศึกษา (Case Study)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กรณีศึกษา (Case Study)

CaseStudy-Kraft.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กรณีศึกษา (Case Study)

                CaseStudies-TemplateGE.png

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                                                                                                           
ดังนั้นการจัดการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโมเดลเน้นตัวชี้วัดที่ระบุชัดเจนขึ้น การปรับเปลี่ยนโมเดล จึงมีความสำคัญในการที่จะสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation)  เมื่อทำให้แตกต่าง (Differentiation) และ การทำให้ความเป็นผู้นำในต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ (Cost Leadership Effectiveness) ซึ่งผลที่ได้รับคือการเพิ่มขึ้นของผลกำไร

 

บทสรุป โมเดลเชิงคิดสร้างสรรค์ ความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยกลยุทธ์เชิงระบบความคิด
            (Creativity Business Model – Competitive Advantage through Strategic Thinking)

                    

                                                      

 

บทสรุปของโมเดลคิดเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้ความได้เปรียบทางการแข่งขัยด้วยกลยุทธ์เชิงระบบความคิดมีองค์ประกอบที่สำคัญในการที่จะต้องสร้างแรงจดลใจพร้อกับแรวจูงใจให้พนักงานในองค์กรมีส่วนร่วมในกระบวนสร้างตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายถึง การบูรณการนำเอาข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ถึงโครงการ เพื่อ สร้างคุณค่าประโยชน์โดยร่วม (Integration Value Proposition) และ การสร้างการบริหารพัฒนาองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นองค์กร และ สุดท้ายต้องมีตัวชี้วัดที่ช่วยในการตรวจสอบติดตามและสนับสนุนกระบวนการตัดสินใจ