Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 

บทที่ 2   บทบาทของรูปแบบโมเดลธุรกิจในเชิงปฏิบัติการทางธุรกิจ (The Role of Business Model in Business Practice Management)

การจัดการโมเดลรูปแบบองค์กร และบทบาทการจัดการนวัตกรรมภายในองค์กร (The Roles of all Levels of Management in Achieving Innovation)

 

รูปภาพ16

 

โมเดลของรูปแบบองค์กรและบทบาทการจัดการนวัตกรรมภายในองค์กรเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเชิงปฏิบัติการ (Business Practice Management ) และ ระดับกระบวนการตัดสินใจ (Decision Process Management)  โมเดลการจัดแบ่งระดับขององค์กรสะท้อนถึงวิธีทางปฏิบัติในการบริหารจัดการและระดับกระบวนการในการตัดสินใจจากบนสู่ล่าง (Top-Down) และ ล่างสู่บน (Bottom up) การนำวิสัยทัศน์และกำหนดกลยูทธ์ (Vision and Strategies) มากำหนดแนวนโยบาย (Policy) ในการดำเนินการจำเป็นต้องมีการปรับฟังกชั่นของแผนกและหน่วยงานไปจนสู่ผู้นำและทีม ทั้งนี้เพื่อต้องการบรรลุเป้าหมาย (Goal) และแผนปฏิบัติการให้สัมฤทธ์ผลดังนั้นผลกระทบของสภาพแวดล้อมขององค์กรกับแนวทางการสร้างสรรค์ความคิดใหม่ๆซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารูปแบบโมเดลจากความคิดสร้างสรรค์

 

ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมองค์กรที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ (Impact of the Organizational Environment on Creativity)

 

                                                      รูปภาพ15

 

 

จึงสะท้อนให้เห็นถึง  ทักษะความสามารถส่วนบุคคล (Creativity Skill) และ ความเชี่ยวชาญ (Expertise) จำเป็นต้องมีการกระตุ้นกระบวนการมีส่วนรวมในเชิงปฏิบัติการ (Business Process) เพราะว่าเมื่อมีการจัดแบ่งระดับของพนักงานในองค์กรตั้งแต่ บนสู่ล่าง ความจำเป็นที่ต้องมีการบริการจัดการเชิงปฏิบัติ (Management Practice) ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด (Resources) ที่จะมีผลกระทบกลับมาต่อความสามารถของพนักงานในองค์กรนั้นเช่นเดียวกัน

 

 

ระดับของรูปแบบโมเดลการจัดการนวัตกรรมภายในองค์กร (Organization Innovation Management Model)
แบ่งออกเป็น 4 ระดับ

 

                                                  รูปภาพ14


System IV
ในส่วนของการสร้างและพัฒนาคิดค้นนั้น System IV มีหน้าที่ในการพัฒนาการจัดการ เริ่มจากการวางวิสัยทัศน์ นโยบาย และพันธกิจ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของบุคคลในองค์กร การวางกลยุทธ์ในการดำเนินงานในสภาวะที่มีการแข่งขันจำเป็นต้องมีการทบทวนกลยุทธ์ต่าง ๆ อยู่เสมอ และควรนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาปรับใช้กับองค์กร เพื่อช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และประหยัด จุดประสงค์ก็เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน
หน้าที่ในขั้นนี้ของ  System IV คือ การวางวิสัยทัศน์ และกำหนดแนวนโยบาย และการนำเอาความรู้ด้านต่าง ๆ ขององค์กร มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ และคำนึงถึงประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ความพึงพอใจของลูกค้า การสร้างความภักดีต่อตราผลิตภัณฑ์ และการวางแผนส่วนครองตลาด
System III
หน้าที่ของ System III ในส่วนของการคิดค้นและพัฒนา คือ การนำเอาวิสัยทัศน์และนโยบายมาแปลงเป็นกลยุทธ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านบริการ (Value Added Service) มีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาว่า เมื่อได้มีการดำเนินงานที่ผ่านมาการนำกลยุทธ์ไปใช้นั้น ให้ผลลัพธ์เป็นไปตามคาดหรือไม่ เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานให้เกิดผลเชิงพาณิชย์ (Implement/Commercialize)
ส่วนในด้านการมองหาโอกาสทางธุรกิจ (Exploit/Manage) นั้น System III เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแนวคิดที่เป็นกลยุทธ์ทางการตลาด (Develop Marketing Strategy) ซึ่งก็คือ การหาแนวทางการตลาด รวมถึงการวางแผนการต่าง ๆ เมื่อผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด
System II
มีหน้าที่ในการนำเอาวิสัยทัศน์และนโยบายไปปฏิบัติ และสื่อสารกับพนักงานระดับปฏิบัติการ เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ System II ยังมีหน้าที่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) คือ การขยายเครือข่าย (Expanding Network Coverage) คิดค้น หาสินค้าและบริการใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด เพื่อให้มีฟังก์ชั่นการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น กระทั่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป สร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่องค์กร
System I
ในขั้นตอนการดำเนินงานนั้น พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง โดยพนักงานระดับปฏิบัติการ จะมีหน้าที่ในงานที่ตนเองได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ มีส่วนในการพัฒนาสินค้า (Product Development) และปรับปรุงกระบวนการ (Process Development) และต้องดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ให้สำเร็จ
รูปแบบโมเดลนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติการทางธุรกิจ
(The Innovation Model in Business Practice)

 

                                           รูปภาพ13

 

การขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ แนวนโยบายกลยุทธ์จากบนสู่ล่างและ การดำเนินการให้เกิดในเชิงปฏิบัติมักจะเดินสวนทางกันเสมอ ในลักษณะ “คนคิดไม่ทำ คนทำไม่ได้คิด” ดังนั้นการมีข้อกำหนด กรอบของงานความรับผิดชอบ และ ตัวชี้วัด (KPI) ในแต่ละ ส่วนของระดับองค์กรจึงมีความสำคัญมาก ทั้งนี้เพื่อ ลดช่องว่าง (Gap Analysis) อันเกิดจาก การสร้าง (Nurture/Build) และ การพัฒนาค้นคิด (Develop/Create) การลดช่องว่างให้แคบลงมีผลต่อการสร้างดุลยภาพ ณ จุดตัดในการขับเคลื่อน (Value Driver) ในเชิงพาณิชย์การจัดการและมองหาการเติบโตทางธุรกิจ (Commercialize/Exploit)


มิติกลยุทธ์การจัดการนวัตกรรมต่อโมเดลธุรกิจ
(The Arena Dimensions for Strategic Innovation to Business Model)


                                                                                      รูปภาพ12


โมเดลฐานธุรกิจ (Home Base) ในมิติกลยุทธ์การจัดการนวัตกรรม สะท้อนให้เห็นถึงองค์ประกอบที่สำคัญของความเข้าใจโมเดลธุรกิจที่ทำ (What is your Business) ขณะที่ต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน (Who is your customer) และ จะดำเนินการอย่างไรให้บรรลุผลสำเร็จ (How to do business) โดยใช้ประโยชน์ของทรัพยากรให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โมเดลกลยุทธ์กระบวนการจัดการนวัตกรรม (Strategic Innovation Process Model)


                                                รูปภาพ11

 

โมเดลกลยุทธ์กระบวนการจัดการนวัตกรรม (Strategic Innovation Process Model) คือ กรอบแนวทางในการปฏิบัติเชิงปฏิบัติการธุรกิจที่เรียกว่า Business Practice ซึ่งมีความสำคัญในการตั้งเป้าหมายวิเคราะห์หาโอกาสและ อุปสรรค (Opportunity and Threat) ประเมินกำลังความสามารถในการทำกำไรเพื่อที่ระดมความคิดในการกำหนดออกมาเป็น กลยุทธ์ทางธุรกิจ (Business Strategy) โดยคำนึงยุทธวิธีในการบริหารจัดการนวัตกรรม (Innovation Strategy) ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ฟังก์ชั่น (Functional Strategy) และ กลยุทธ์การตลาดระหว่างประเทศ (Globalization Strategy)
สิ่งที่สำคัญคือปัจจัยหลักของการจัดการนวัตกรรมเชิงปฏิบัติการได้แก่ กลยุทธ์ที่ใช้ในการขับเคลื่อน (Strategic is the key enable) ระดับโครงสร้างขององค์กร (Level of Organization Structure) กำลังคนและกำลังความสามารถ (People Capability) และ ระบบงานกับกระบวนการ ด้วย เทคโนโลยี สมัยใหม่ ที่มีส่วนในการสร้างโมเดลนี้